วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"หอมหัวใหญ่" พืชเศรษฐกิจไทย "เพื่อนบ้าน" ฮิตลักลอบเลี่ยงภาษี

             "หอมหัวใหญ่" กำลังงอกเป็นต้น อาจจะเรียกได้ว่า...ชีวิตใหม่กำลังเริ่มต้นกำเนิดขึ้นเพื่อต้อนรับ "ม้าศึก" ปี 2514 หรือพ.ศ.2557 ก็ว่าได้ ว่ากันไปถึงขนาดขนาดนั้นเชียวครับ สำหรับ "หอมหัวใหญ่" นั้นถือเป็นพืชผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งในโลก ที่นิยมนำผักชนิดนี้ มาประกอบอาหาร หรือบริโภคสด โดยเฉพาะกับผักสลัด ส่วนในโรงงานอุตสาหกรรม ก็นำมาใช้แปรรูป อาทิ อบแห้ง ดองน้ำส้ม และใช้เป็นส่วนประกอบในปลากระป๋อง เป็นต้น
            จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีการปลูกหอมหัวใหญ่และให้ผลผลิตได้เพียง 1 ครั้ง ในรอบปี โดยจะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม-เมษายน หลังจากนั้นจะเก็บรักษาผลผลิตตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงตุลาคมไว้ใช้บริโภคจนถึงฤดูปลูกใหม่ ที่สำคัญหากหอมหัวใหญ่ภายนอกประเทศมีต้นทุนการผลิตต่ำ ก็จะมีการลักลอบนำเมล็ดพันธุ์มาปลูกทำให้มีปริมาณหอมหัวใหญ่ในท้องตลาดมาก ก็จะทำให้ "หอมหัวใหญ่" ในไทยเกิดภาวะราคาตกต่ำ และก่อความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรไทย
      ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐสามารถสกัดจับหอมหัวใหญ่หนีภาษี จากประเทศเพื่อนบ้านของไทย (สปป.ลาว) ได้บ่อยครั้ง ตัวอย่างที่เคยเป็นข่าวมาที่ผ่านมา ผมขอหยิบยกเหตุการณ์ เมื่อคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2556 ตชด.234 มุกดาหาร ได้ตรวจยึดหอมหัวใหญ่แห้ง หลีกเลี่ยงภาษี จำนวน 24 กระสอบ มูลค่ากว่าแสนบาท บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุมชนนาโปใหญ่ ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ใช้เรือยนต์หางยาว ขนหอมหัวใหญ่แห้ง จากประเทศเพื่อนบ้านมาขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุมชนนาโปใหญ่ ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ชุดเฉพาะกิจตชด.234 จึงไปดักซุ่มสังเกตการณ์
            จนกระทั่งเวลาต่อมาได้สังเกตุมีเรือยนต์หางยาวบรรทุกสิ่งของมาเต็มลำเรือ แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมาเทียบท่าที่ฝั่งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุมชนนาโปใหญ่ หลังจากนั้นได้มีชาย 8-10 คน ช่วยกันขนสิ่งของสิ่งของ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกระสอบ จากเรือขึ้นมาบนฝั่ง หลังจากเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจค้น กลุ่มบุคลดังกล่าว ได้ทิ้งกระสอบ และอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ ส่วนเรือที่บรรทุกสิ่งของเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้ขับเรือออกจากฝั่งมุ่งหน้ากลับประเทศเพื่อนบ้านทันที จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า เป็นกระสอบบรรจุหอมหัวใหญ่แห้ง ทิ้งกระจัดกระจายอยู่ริมแม่น้ำโขง รวมจำนวน 24 กระสอบ และเมื่อรอให้มีผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของไม่มี เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
       ปัจจุบัน "หอมหัวใหญ่" ของประเทศไทย มีการทำเป้าหมายการผลิตเป็นรายปี เพื่อให้พื้นที่ปลูกมีปริมาณเหมาะสม และสามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภค และเกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาดี ส่วนแหล่งผลิตที่สำคัญได้แก่ จ.กาญจนบุรี และเชียงใหม่ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมในการผลิตหอมหัวใหญ่ แต่การที่จะผลิตหอมหัวใหญ่ให้ได้ปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ต้องมีการปฏิบัติ ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
      "หอมหัวใหญ่" นอกจากจะใช้รับประทานสดๆ และปรุงอาหารได้หลายชนิดแล้ว ยังใช้ผสมเป็นเครื่องปรุงรส ผงปรุงรสในบะหมีสำเร็จรูปอีกด้วย ที่สำคัญตอนนี้ ผมรู้สึกอยากกิน "ไข่เจียวหอมหัวใหญ่" เสียแล้วครับ เดี๋ยวต้องลงมือปฎิบัติ ส่วนหอมหัวใหญ่ที่กำลังงอก ที่เห็นในรูป ผมจะนำไปปลูกในกระถางเพื่อลดโลกร้อนก็แล้วกัน...!!!
*****************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น